วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

“เปลี่ยนเวลาวิกฤติให้เป็นโอกาสของชีวิตได้เรียนรู้ซะบ้าง”

“เปลี่ยนเวลาวิกฤติให้เป็นโอกาสของชีวิตได้เรียนรู้ซะบ้าง”
    ในตลอดช่วงชีวิตของคนเรา   ถ้าเปรียบแล้วก็เหมือนกับส้มตำครับ  ที่เปรียบแบบนี้ก็เพราะว่า  ส้มตำกว่าจะถูกยกใส่จานมาให้เราได้กิน แซบๆ  จากลูกโตๆ ก็ถูกสับให้เป็นเส้นเล็ก  และนำมาตำในครก ใส่เครื่องปรุงต่างๆ นาๆ เพื่อให้เกิดความเข้มข้นของรสชาดที่อร่อยๆ  บางครั้งก็ถูกปรุงให้เปรี้ยวบ้าง  เค็มบ้าง  หวานบ้าง  ก็แตกต่างกันออกไป  ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนชอบ 
                                                   

          ลองมามองดูชีวิตของเราบ้าง ก็ไม่ต่างอะไรกับส้มตำ เพราะว่า ตั้งแต่เกิดจนตายมีหลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต  กว่าจะผ่านได้ในแต่ละวันก็เจอกับการปรุงรสจากบุคคลรอบข้าง  จากกิจกรรมต่างๆ  ทำให้ชีวิตของแต่ละคนนั้นมีสีสันต่างๆ  นานา  อาจจะแปลกบ้าง  สุขบ้าง  ทุกข์บ้าง  ยิ้มบ้าง  เครียดบ้าง  ก็ว่ากันไป  สุขไปใครก็อยากจะได้  อยากจะมีอยู่ในชีวิต  แต่ถ้าพูดถึงความทุกข์บ้าง  อุปสรรค์บ้าง  จะมีใครที่อยากจะรับเข้ามาในชีวิต  ไม่มีใครอยากจะได้หรอกครับ   แต่จะมีใครหล่ะที่เลือกได้ว่าอยากได้ชีวิตแบบที่ใจตนเองต้องการ  บางคนก็หลีกหนีชีวิตที่วุ่นวาย  ชีวิตที่ดิ้นรนท่ามกลางหมู่คน  ไปมีชีวิตส่วนตัวที่เป็นของตัวเอง  บางคนไม่อยากเจอความทุกข์หรืออุปสรรค์ที่กำลังรออยู่ตรงหน้าก็เตรียมตั้งท่าจะเพ่นหนีมัน  แบบนี้ชีวิตจะมีรสชาติได้อย่างไร  สู้สู้ต่อไปครับ   มันอาจเป็นเพียงคำที่เป็นนามธรรม  แต่จะสรรหาคำใดหล่ะมาปลอบใจตัวเอง  ทั้งหมดนี้ผมอยากบอกว่า  ยอมให้ชีวิตตัวเองเป็นส้มตำบ้างก็ดีครับ    ยอมให้คนอื่นปรุงแต่งชีวิตของเราบ้าง  เพื่อคนอื่นจะได้ลิ้มรสแล้วเข้าใจชีวิตของเรา   แต่ทั้งหมดนี้ก็ฝากทุกอย่างไว้กับพระครับ  ให้พระเป็นคนนำทางชีวิตของเรา   ก้าวต่อไป  ตราบใดที่ชีวิต  ยังมีพระเป็นเป้าหมาย

   

1 ความคิดเห็น:

  1. ใช่ครับ ชีวิตของเราต้องมีการปรุงแต่งอยู่เสมอ เพื่อชวิตเราจะได้มีรสชาติและเป็นรสชาติที่ดีในการมอบความรักให้กับบุคคลที่อยู่รอบข้าง....

    ตอบลบ