วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

ก้าวผ่าน

คุณค่าที่แท้จริงแห่งกาลเวลา

คุณค่าที่แท้จริงแห่งกาลเวลา

ในสมัยเด็กๆ  ผมว่า เราแต่ละคนคงมีความใฝ่ฝันอะไรบางอย่าง  ที่ซึ่งเป็นแรงบัลดาลใจที่ดีให้แต่ละคน  บางคนก็ใฝ่ฝันอยากจะไปที่ที่เราคิดว่ามีความสุข  ไม่ว่าจะเป็นทะเล  ภูเขา  สวนสัตว์  ห้างสรรพสินค้า  
หรือว่า  ฝันอยากเป็นทหาร  ตำรวจ  คุณหมอ  วิศวะกร  ความใฝ่ฝันต่างๆ  เหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ  เมื่อเกิดความใฝ่ฝันแล้ว  ชีวิตของเราก็จะมีความหวัง  และมีจุดหมาย  แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว  เราอยู่รวมกันแบบพี่น้องร่วมโลกมีอะไรก็แบ่งปันซึ่งกันและกัน มองดูคนที่อยู่รอบข้างในขณะที่เรากำลังเดินไปตามหาฝันของเรา


  ฝันที่เราว่านั้นระหว่างทางมีทั้งรอยยิ้มมีทั้งน้ำตา  มีทั้งคำด่ามีทั้งคำชม  อยู่สองฝากฝั่งเราเท่านั้นที่กำลังวิ่งแล้วก็เดินอยุ่บนถนน  เส้นทางที่ยาวไกลหลายครั้งก็ทำให้ท้อบ้าง  แต่หลายครั้งก็กลับมามีกำลังใจเดินได้อีกครั้ง  สองฝากฝั่งของเรามีทั้งคนตระโกนเชียร์ให้กำลังใจ  มีทั้งคำด่า  คำสบประมาท  แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเราว่าจะรับฟังเสียงข้างไหน  เราจะฟังเสียงที่ให้กำลังใจเรา  หรือว่าจะรับฟังเสียงที่บั่นทอนกำลังใจของเรา  เป้าหมายอยู่ไม่ไกลหากใจเรามีความเข้มแข็ง

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

เส้นทางสายสีทอง

เส้นทางสายสีทอง



จากวันนั้น  บนเส้นทาง  เด็กตัวน้อยก้าวเดินเข้ามา    สู้บ้านเณรเพื่อการฝึกฝน  ติดตามองค์สันติราชา   ผู้ทรงนำต้นกล้ามาปลูกลงดิน   
      จากแปลงเพาะ  ต้นกล้างาม  จวบวันนี้พระพรยังหลั่งริน  ลูกก้าวเดินติดตามพระองค์
แพร่พระนามไม่มีสุดสิ้น   องค์เจ้าฟ้าดินสันติราชา 
    (ซ้ำ)  สัญญาจากใจ  ก้าวเดินต่อไป   เพื่อเติมความหมายของหัวใจมิสซัง เพื่อการฝึกฝน
มิยอมหยุดยั้ง  เพื่อเติมความหวัง  ดังคนงานของพระราชัย  ก้าวตามฝึกฝน  จนป็นสงฆ์ของพระทรงชัย
       กว่าจะมีคำว่า “สงฆ์”   ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้  เยาวชนคนหนึ่งจะต้องผ่านการทดลองการหล่อหลอมตัวเขาเองมาถึงวันนั้น  คงมีหลายบทเรียนที่จะต้องเผชิญ  จากครอบครัวที่อบอุ่น จากอ้อมกอดของพ่อแม่อันเป็นที่รัก  สละวิถีชีวิตที่เคยทำ  มาสู่บ้านเณรเล็ก  การปรับตัวที่ค่อนข้างจะหนักหนา  การตื่นแต่เช้า  การกินอาหารที่ตรงเวลา  ดูโทรทัศน์ตามที่บ้านเณรได้ กำหนด  สิ่งเหล่านี้ค่อยๆหล่อหลอมความเป็นผู้ใหญ่การตัดสละน้ำใจของตนเอง   การอยู่กับเพื่อนๆที่อยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากทดลอง  เพื่อนถือว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในหลายๆเรื่องในขณะนั้น  แต่เมื่อชีวิตที่บ้านเณรเล็กผ่านพ้นไป  ชีวิตใหม่ที่ก้าวสู่บ้านเณรกลางก็เข้ามา  พร้อมกับความตื่นเต้นในกรอบของชีวิตที่ดูแปลกใหม่การรู้จักเพื่อนจากต่างถิ่น  สถานที่ใหม่ๆ  ทำให้ต้องเกิดการปรับตัวที่รอบคอบขึ้น  ชีวิตหนึ่งปีผ่านพ้นไป  ก้าวไปสู่ชีวิตในบ้านเณรใหญ่  “แสงธรรม”   บ้านที่จะหล่อหลอมแบบอย่างขององค์พระคริสต์เจ้าให้กับตัวเรา  การรักและรับใช้  ตามแบบอย่างขององค์พระคริสต์เจ้า 



                                                                                                                                                                                                                                    

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

แอปเปิ้ลเปลี่ยนโลก


แอปเปิ้ลเปลี่ยนโลก
       มีคนกล่าวไว้ว่า  มีแอบเปิ้ล  3  ลูก  ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลก
       แอปเปิ้ลลูกแรก  คือ  อยู่ในยุคของการสร้างโลกของพระเจ้า      แอปเปิ้ลลูกนี้เป็นลูกที่ปีศาจล่อลวงให้เอวากินโดยที่พระเจ้าทรงหวงห้ามไม่ให้ใครกิน  แต่เอวาก็หลงเชื่อคำล่อลวงของปีศาจ  มิหน่ำซ้ำยังยื่นให้อาดำกินด้วย       จนในที่สุดทั้งสองคนถูกขับไล่ออกจากดินแดนแห่งความสุข  นั่นก็คือ  สวรรค์  ต้องพากันร่อนเร่อยู่บนแผ่นดิน  ต้องตรากตรำทำงานอย่างมนุษย์
       แอปเปิ้ลลูกที่สอง  คือ    อยู่ในยุคของประวัติศาสตร์    แอปเปิ้ลลูกนี้ตกจากต้นลงใส่หัวของ
 เซอร์ไอแซก  นิวตัน     นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกคนแรก   ในขณะที่เขาเองนอนอยู่ใต้ต้นแอบเปิ้ล  และผลของการค้นพบนี้  ได้เปลี่ยนแปลงและพัฒนาผลงานการประดิษฐ์ ที่สำคัญหลายอย่างของโลกมากมาย  เช่น  เครื่องบิน   ยานอวกาศ  อื่นๆ 
     แอปเปิ้ลลูกที่สาม  คือ  ยุคปัจจุบัน  แอปเปิ้ลลูกนี้เกิดจากมันสมองอันฉลาด  ของ  สตีฟ  จ๊อบ  ผู้หลิกโฉมหน้าวงการสื่อเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร  ผู้คิดค้นและพัฒนาคอมพิวเตอร์ (
Apple)  และเทคโนโลยีตระกูล  I  เช่น  I – Phone, I – Pod, I – Pad  เป็นต้น  ทำให้กระแสการมีอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ครอบครองเป็นเจ้าของนั้นมาแรงแซงทางโค้งเลยก็ว่าได้     ทำให้นวัตกรรมที่เกิดจากมันสมองของ  สตีฟ  จ๊อบ   กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้ว 
        จากเรื่องราวนี้ก็ทำให้พอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโลก  เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับทัศนะมุมมองของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน  สิ่งเหล่านี้แหล่ะที่ทำให้เห็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทางความคิดของมนุษย์ที่  เปลี่ยนแปลงไปตามกาลและเวลา
      

เวลาไม่คอยใคร

เวลาไม่เคยคอยใคร
ผมเคยอ่านบทความหนึ่ง  ซึ่งผมประทับใจเป็นอย่างมาก
เวลา... เดินไปข้างหน้า นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า
  เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้
 
เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย
  เวลา.. ได้มาฟรี ๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น
  เวลาเราทุกคนเท่ากัน ด้วยเหตุนี้คนที่บอกว่า ไม่มีเวลาก็ไม่สามารถมีเวลาเพิ่ม แต่เพียงเป็นข้อแก้ตัวมากกว่า เป็นข้อแก้ตัวเพื่อปกปิดความล้มเหลวเรื่องเวลาของตนเอง เพราะแท้จริงไม่ใช่ไม่มีเวลาแต่ไม่ได้บริหารอย่างถูกต้องมากกว่า ส่วนผู้ที่ฉลาดและจะประสบความสำเร็จเกิดผลดีในชีวิตเป็นผู้ที่รู้จักแบ่งสัด ส่วนเวลาวันละ 24 ชั่วโมงของตนเองได้อย่างลงตัว

        วันนี้พี่น้องได้ใช้ เวลาอย่างเกิดผลขนาดไหน แต่อย่าคิดแต่จะใช้เวลาเพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองเท่านั้น ให้เราแบ่งเวลาเพื่อคนอื่น ๆ บ้าง มาลองคำนวณดูจากวันนี้ เรามีเวลาเหลือเท่าไหร่และจะใช้มันอย่างไร แล้ววันนี้เรายังจะอ้างเหตุผลว่า ไม่มีเวลาอีกหรือ ?
        พระให้เวลาเป็นทุนสำหรับการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเท่าๆกัน  แต่เราแต่ละคนต้องแสวงหากำไรด้วยตัวเราเอง  คนไหนที่ลงแรงมากก็จะได้กำไรมากแต่คนไหนที่ลงแรงน้อยก็จะได้กำไรน้อย  ฉะนั้น อย่ามัวรีรอให้เวลาหมดไปในแต่ละวันอย่างไร้ประโยชน์  โดยที่ต้นทุนหมดไปอย่างไร้คำว่า  “ลงทุนลงแรง”  เพราะว่าพระอาจจะริบเอาคืน  แล้วเราก็จะไม่มีอะไรไว้เป็นทุนสำหรับการดำเนินชีวิตในวันข้างหน้า  เอาทุนที่พระให้กำเรามาใช้ตั้งแต่วันนี้  กำไรเราจะมีมากขึ้น  แล้ววันข้างหน้าเราก็จะไม่มาดิ้นรน  เพราะเรามัวแต่เอาทุนไปใช้กับสิ่งที่ไร้ค่า  ไม่มีประโยชน์  ฉะนั้น  ใช้ทุนให้คุ้มค่ากันเถอะครับ






วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เงื่อนไขชีวิต

เงื่อนไขของชีวิต
ความสุขที่ได้จากการเสพวัตถุสิ่งของ ยศลาภ และสิ่งที่สังคมสรรเสริญเป็นเงื่อนไขของการประสบความสำเร็จในชีวิตจริงหรือ?
เราต้องได้ ต้องมี สิ่งเหล่านั้นก่อนจริงหรือ? 
       เมื่อโลกของวัตถุนิยม  บริโภคนิยมเข้ามามีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของคนเรา  ทำให้เราอยากมีอยากได้  นำมาซึ่งการดิ้นรนหามาสนองกิเลสของตนเอง    ถึงแม้จะทุกข์ยากลำบากหรือว่าเสี่ยงอันตรายมากน้อยเพียงใดก็ยอม        เพียงเพราะเงื่อนไขที่ว่า  ความสุขที่จะรออยู่ด้านหน้า    กับการมีการได้ครอบครอง   และชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  บางครั้งเงื่อนไขที่เราตั้งไว้เพื่อตัวของเราเองนั้น   อาจจะนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขเพื่อผูกมัดคนอื่น    หรือไม่ก็ยอมให้คนอื่นสร้างเงื่อนไขให้เราทำตามสิ่งที่เขาวางไว้   ตัวเรายอมมอบสิทธิ์ให้คนอื่นวางกรอบวางระเบียบให้กับตัวเรา    ยอมทำตามเงื่อนไขที่เขาต้องการ  
       เงื่อนไขของพระเยซูเจ้าที่เราควรเอาแบบอย่าง
“ท่านปรารถนาให้เพื่อนพี่น้องทำกับท่านอย่างไร    ท่านก็จงทำกับเขาอย่างนั้นเถิด” ( มธ.7:12 )
     สำหรับผมเองแล้ว  นี้ก็เป็นเงื่อนไขที่ตัวผมเองสร้างขึ้นมาใช้กับคนอื่น  เป็นเงื่อนไขที่ฟังดูง่ายมาก  แต่เมื่อมาปฏิบัติแล้วมันอาจจะเป็นสิ่งที่ท้าทายพอสมควร  ฉะนั้น  สิ่งที่ผมพอจะทำได้มากที่สุดคือ  การดำเนินชีวิตเป็นสามเณรอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข  ไม่มีเงื่อนไขอะไรมากมาย  ไม่พยายามสร้างเงื่อนไขให้มันเป็นเส้นขีดแบ่งความสัมพันธ์เรากับเพื่อนให้ดูห่างเหิน  ต่างคนต่างก็ช่วยเหลือกันไปในยามที่เพื่อนเจอกับอุปสรรคเจอกับความท้อแท้ใจ 


      ฉะนั้น  อย่าสร้างเงื่อนไขของเราที่ไปจำกัดสิทธิและเสรีภาพของความสุขคนอื่น  มิฉะนั้นแล้ว  เขาก็จะสร้างเงื่อนไขของเขาให้กับเรา