วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประสบการณ์ค่ายสี่สังฆมณฑลอีสาน

ประสบการณ์ค่ายสี่สังฆมณฑลอีสาน
       ย้อนกลับไปช่วงปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมาผมเองได้มีโอกาสไปช่วยค่ายสี่สังฆมณฑลอีสาน  ที่ปีนี้สังฆมณฑลอุดรธานีของผมเองเป็นเจ้าภาพ   ผมได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายสันทนาการ  ซึ่งมีทีมงานนั้นก็คือน้องๆเยาวชนนั้นเอง   ตอนแรกนั้นผมเองก็กังวลใจกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้างความสนุกสนานให้กับเยาวชนผู้เข้ามาร่วมค่ายนี้ตลอด 
วัน   ผมเองไม่ค่อยมีประสบการณ์ในค่ายระดับนี้มาก่อน   ก่อนเดินทางไปค่ายผมก็ต้องเตรียมกิจกรรมหรือว่าเกมไว้มากพอดูครับ  ในฐานะผู้รับผิดชอบผมเองก็พยายามทำอย่างดีที่สุด  เพื่อจะให้ทุกอย่างมันผ่านไปด้วยดี ซึ่งในตลอดค่ายนั้นอาจจะเหนื่อยบ้างแต่ก็ต้องขอบคุณสมาชิกในฝ่ายสันทนาการทุกคนครับที่ช่วยกันอย่างเต็มที่   ถึงแม้อาจจะเจอกับอุปสรรคแต่ทุกคนก็ช่วยกันผ่านพ้นไปด้วยดีครับ  และค่ายนี้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อบราเดอร์พี่อาสาและสมาชิกทุกคนร่วมมือกันจนค่ายนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี  สิ่งที่ผมได้รับจากการไปช่วยในค่ายครั้งนี้คือ  การได้ทำงานกับบุคคลรอบข้าง  ได้ฝึกการกล้าแสดงออก  กล้าตัดสินใจ  ฝึกการปรับตัวเองเข้ากับบุคคลหลายๆรูปแบบครับ



วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความทรงจำในวันเก่าๆ

       ถ้าย้อนกลับไปชีวิตในวัยเด็กได้  ผมเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะย้อนกลับไปอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นอีกครั้งแน่นอน เพราะเป็นช่วงเวลาของการมีประสบการณ์ที่น่าจดจำและไม่อาจย้อนกลับมาให้เป็นเหมือนเดิมได้  แน่นอนว่าหากเราอยากให้ใครเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กของเขาให้ฟัง    เขาคนนั้นคงพูดอย่างมีความสุขและไม่รู้จักเหนื่อย  และย่อมตั้งหน้าตั้งตาพูดแบบใส่อารมณ์ยังกะดูหนังชีวิตเลยก็ว่าได้    ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเศร้าผิดหวังหรือว่าสนุกสนานเฮฮาปานใดก็ตาม  
       ผมก็เป็นอีกคนหนึ่ง   ถ้าได้พูดถึงชีวิตในวัยเด็กของตัวเองแล้วก็จะพูดแบบไม่อยากจะหยุดเลยก็ว่าได้ก็เพราะว่าอดคิดถึงในวันเหล่านั้นไม่ได้  เมื่อพูดทีไรก็ตาม มันเหมือนกับย้อนไปสู่บรรยากาศแบบนั้นอีกครั้ง  จะว่าไปแล้วหากมองดูดีๆแล้ว      เหตุการณ์ต่างๆ   ที่ได้ผ่านเข้ามาช่วงชีวิตในวัยเด็กล้วนแล้วแต่ปลูกฝังในความเป็นตัวของผมเองให้มายืนที่จุดนี้        ชีวิตในวัยเด็กสอนอะไรหลายๆ   อย่างในการใช้ชีวิตที่แตกต่างให้กับตัวผมเอง     เพราะชีวิตในวัยเด็กของผมเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานไปวันๆ  ไม่ต้องคิดอะไรมาก   ตื่นเช้ามาก็ออกไปเล่นกับเพื่อนกว่าจะกลับมาก็ตอนเย็นถึงจะกลับมาบ้าน  ในเวลานั้น   ไม่มีคำว่าคอมพิวเตอร์หรือเกมในหัวสมองของเราเหมือนอย่างทุกวันนี้ ไม่มีอินเทอร์เน็ตให้เล่น  ไม่มีโทรศัพท์ให้โทร      ฉะนั้นกิจกรรมหลักๆ  ในแต่ละวันจึงอยู่กับการออกไปใช้ชีวิตตามทุ่งนาใกล้ๆบ้าน       บางครั้งก็จับสัตว์ป่ามาทำ อาหาร  เช่น  กิ้งก่า   นก  ปลา  หรือผลไม้ที่หาได้ง่ายตามป่าก็เก็บมากิน    ผมเองก็ไม่ได้ถนัดเรื่องจับสัตว์ป่ามากแต่เพราะอาศัยความสามารถของเพื่อน  ทำให้ผมเองอิ่มท้องไปด้วย  ฮาๆๆ    ซึ่งในช่วงเวลานั้นทั้งสัตว์ป่าของป่านั้นหากินได้ง่ายกว่าทุกวันนี้  ผลไม้ที่อยู่ตามทุ่งนาสามารถเก็บมาทานได้  แต่ทุกวันนี้ต่างคนก็ต่างล้อมรั้วขอบชิดไม่สามารถเข้าไปได้ง่าย  แสดงถึงการมีเจ้าของในบริเวรนั้น 
      จากวันนั้นถึงวันนี้ผมได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในหลายๆเรื่อง ของผู้คนในสังคมเป็นต้นสังคมชนบทที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปเรื่อยๆ  ชีวิตเด็กๆก็เช่นกัน  เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด   จากที่มีชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ  เล่นอยู่กับเพื่อนแถวๆบ้าน          กลับกลายการใช้ชีวิตโดดเดี่ยวอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือสื่อด้านเทคโนโลยี โดยไม่ยุ้งเกี่ยวกับใคร  มีโลกส่วนตัวเป็นของตัวเองสูงซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงเราออกจากการเป็นสังคมการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไปอย่างสิ้นเชิง